กำเนิดลายไทย: ถอดแบบจากธรรมชาติ หรือ ปรุงแต่งจากจินตนาการ

          เมื่อเรามองดูสถาปัตยกรรม จิตรกรรมฝาผนัง หรือเครื่องประดับแบบไทย สิ่งที่สะดุดตาและบ่งบอกถึงความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนที่สุด คงหนีไม่พ้น “ลวดลายไทย” โดยเฉพาะลาย “กระหนก” ที่มีความอ่อนช้อย พลิ้วไหว แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ลายเส้นอันซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้มีที่มาอย่างไร ช่างโบราณในอดีตเพียงแต่วาดเลียนแบบสิ่งที่เห็นในธรรมชาติ หรือพวกเขาสร้างสรรค์มันขึ้นมาจากจินตนาการอันบริสุทธิ์บทความนี้จะพาไปถอดรหัสที่มาของลายไทย โดยวิเคราะห์จากมุมมองของโบราณจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะไทย เพื่อค้นหาคำตอบว่ากำเนิดที่แท้จริงของศิลปะแขนงนี้คืออะไร

 

จุดเริ่มต้น

          ก่อนที่จะเป็นลายกระหนกที่เราคุ้นตาดังเช่นทุกวันนี้ รากฐานของลวดลายประดับในดินแดนไทยมีอายุกว่าพันปี โดยเป็นการรับและปรับปรุงมาจากลวดลายประดับในศิลปะอินเดีย (สันติ เล็กสุขุม, 2539, น. 5) ลวดลายเหล่านี้ปรากฏอยู่บนโบราณสถาน ทั้งที่สลักบนศิลา หรือปั้นปูนประดับ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงวิวัฒนาการของลายไทยที่ค่อย ๆ พัฒนาจนมีอัตลักษณ์ของตนเอง

 

“กระหนก” หรือ “กนก”: ความสับสนที่ซ่อนความหมาย

          คำว่า “กระหนก” ที่เราใช้เรียกชื่อลายนั้น ก็มีที่มาที่น่าสนใจและทับซ้อนกันอยู่หลายความหมาย ในขณะที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า “กระหนก” หมายถึง ลวดลายประเภทหนึ่ง แต่ “กนก” หมายถึง ทอง (สันติ เล็กสุขุม, 2539, น. 6) จึงมีการสันนิษฐานว่า “กนก” อาจหมายถึงตู้ลายทอง (ลายรดน้ำ) แล้วจึงค่อย ๆ เพี้ยนมาเป็นชื่อเรียกตัวลายในภายหลัง (สันติ เล็กสุขุม, 2539, น. 6) ในอีกทางหนึ่ง “กระหนก” ในภาษาสันสกฤตหมายถึง “หนาม” (วัชรพงศ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 8) ซึ่งอาจสื่อถึงลักษณะการ “บากลาย” ที่มีลักษณะแหลมคมคล้ายหนาม นอกจากนี้ ยังมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเพี้ยนมาจากคำว่า “ดงนก” หรือ “คงไม้” ที่ออกเสียงว่า “กอนก” (วัชรพงศ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 9) แม้ที่มาของชื่อจะหลากหลาย แต่ในปัจจุบัน “กระหนก” ได้กลายเป็นคำที่ใช้เรียก “แบบลายไทยชนิดหนึ่ง” (วัชรพงศ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 9) อย่างชัดเจน

 

รากฐานจากธรรมชาติ: ไม่ใช่การลอกเลียน แต่คือการปรุงแต่ง

          คำตอบของคำถามที่ว่าลายไทยมาจากไหนนั้น ผู้เชี่ยวชาญต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า มี “บ่อเกิดมาจากธรรมชาติ” (เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล, 2556, น. 5) อย่างไรก็ตาม ศิลปินไทยไม่ได้ ลอกเลียนธรรมชาติมาโดยตรง เพราะศิลปกรรมไทยจัดเป็นศิลปะอุดมคติ ไม่ใช่ ศิลปอย่างธรรมชาติ (อมร ศรีพจนารถ, 2514) ศิลปินไทยยึดถือว่าความงามตามธรรมชาติเป็นเพียงรากฐาน เพราะถือว่าความงามตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่ดาดตา จึงพยายามปรุงแต่ง (อมร ศรีพจนารถ, 2514) สิ่งที่เห็นนั้นให้กลายเป็นศิลปะที่มีความเป็นทิพย์หรือสวรรค์ อัจฉริยภาพของช่างไทยโบราณ คือ การดัดแปลง ต่อเติม ตัดทอน สร้างสรรค์ (วัชรพงศ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 15) รูปทรงเหล่านั้นให้กลายเป็นลวดลายใหม่ที่มีความอ่อนช้อยและงดงาม

 

3 แรงบันดาลใจหลัก

          เมื่อช่างโบราณมองไปรอบตัว พวกท่านได้หยิบยืมรูปทรงจากธรรมชาติ 3 สิ่งหลัก มาคลี่คลายและดัดแปลงจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

  1. ดอกบัว ถือเป็นแรงบันดาลใจหลักและสำคัญที่สุด ช่างไทยโบราณถือว่าดอกบัวมี รูปทรงอ่อนช้อย คดโค้ง (วัชรพงศ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 15) และมีเส้นโค้งเว้า ที่นุ่มนวล อ่อนหวาน (เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล, 2556, น. 5) เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำมาดัดแปลง
  2. เปลวไฟ เปลวไฟที่ไหวระริก (เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล, 2556, น. 5) และเปลวเพลิงที่กำลังลุกพรวยพุ่ง (มานะ ทองสอดแสง, 2514, น. 47) คือที่มาของลายกระหนกเปลว ซึ่งเป็นลายที่แสดงถึงความอ่อนไหว มีชีวิตชีวา และยังใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธปัญญาในรูปของรัศมีเปลว บนพระเศียรพระพุทธรูป (เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล, 2556, น. 12)
  3. พืชพันธุ์และเถาวัลย์ ลายกระหนกยังมีต้นกำเนิดมาจาก ดอกไม้ ใบไม้ชนิดที่เป็นเสาเป็นเครือ (มานะ ทองสอดแสง, 2514, น. 35) รวมถึงรูปทรงจากธรรมชาติอื่น ๆ เช่น ตาอ้อย, ใบเทศ เป็นต้น ซึ่งอาจมาจากใบฝ้ายเทศ หรือแม้แต่การเลื้อยของปลาไหล (วัชรพงศ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 15; เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล, 2556, น. 11, 13)

 

บทสรุป: ธรรมชาติ + อุดมคติ = ลายไทย

          กำเนิดลายไทยจึงไม่ใช่ทั้งการลอกธรรมชาติ หรือ จินตนาการ อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นกระบวนการสังเคราะห์ที่ลึกซึ้ง เริ่มต้นจากการรับและปรับปรุง (สันติ เล็กสุขุม, 2539, น. 5) ศิลปะจากภายนอก ผสมผสานกับการสังเกตธรรมชาติรอบตัวอย่างลึกซึ้ง (วัชรพงศ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 15) โดยเฉพาะดอกบัวและเปลวไฟ จากนั้นจึงนำสิ่งที่เห็นมาปรุงแต่ง ด้วยอุดมคติและความเป็นทิพย์ จนกลายเป็นลวดลายใหม่ และสุดท้ายได้สร้างแม่บท (มานะ ทองสอดแสง, 2514, น. 41) หรือไวยากรณ์ในรูปของกระหนกสามตัว เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการสร้างสรรค์ลายไทยอันงดงามสืบมาจนถึงปัจจุบัน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:

มานะ ทองสอดแสง. (2514). ศึกษาศิลปะลายไทย. ไทยมิตรการพิมพ์.

วัชรพงศ์ หงส์สุวรรณ. (2547). ลายไทย. วาดศิลป์.

เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล. (2556). ลวดลายไทยพื้นฐาน. เศรษฐศิลป์.

สันติ เล็กสุขุม. (2539). กระหนกในดินแดนไทย. มติชน.

อมร ศรีพจนารถ. (2514). ภาพจิตรกรรมไทย. บริษัทโสมนิมติต์จำกัด.

 

กฤษดาเรือง เรื่องศิลปะ-ไม่มีพรสวรรค์ก็เก่งศิลปะได้        

Course Showcase

LINE LOGO SVG สวัสดีครับ