ทำไมการหัดลายไทย ถึงต้องเริ่มที่ “ใจ” ก่อน “มือ” เปิดเคล็ดลับข้อแรกที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

          หลายคนที่เริ่มต้นหัดเขียนลายไทย มักมุ่งความสนใจไปที่ “มือ” พยายามบังคับเส้นให้โค้ง ให้ตวัดเลียนแบบครู แต่สุดท้ายก็พบว่าลายที่ได้ยังดูแข็งกระด้าง ไร้ชีวิตชีวา นั่นเพราะอาจกำลังมองข้ามเคล็ดลับข้อแรกและเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือการเริ่มต้นที่ “ใจ”

          การฝึกฝนลายไทย ไม่ใช่แค่การวาดรูป แต่คือการฝึก “จิต” ให้สัมพันธ์กับ “มือ” ศิลปะไทยถูกจัดให้เป็น ประณีตศิลป์ที่ทรงคุณค่ายิ่ง (วัชรพงษ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 5) ที่ต้องอาศัยสติปัญญาและความชาญฉลาด (วัชรพงษ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 6) ในการสร้างสรรค์ การสั่งสมที่ว่านี้ จึงต้องเริ่มจากทัศนคติและสภาวะจิตใจที่ถูกต้องก่อน

          เหตุผลสำคัญที่ “ใจ” ต้องมาก่อน “มือ” นั้น ซ่อนอยู่ในธรรมชาติของลายไทยเอง โพธิ์ ใจอ่อนน้อม (2522, น. ง) ได้อธิบายไว้ว่า ลายไทยเป็นวิชาประณีตศิลป์ ในตัวลายมีเส้นสลับซับซ้อนกันมาก ทั้งทรงตัวลายก็มีแต่เส้นคดโค้ง อ่อนช้อย  เมื่อโจทย์คือการจัดการกับเส้นที่คดโค้ง อ่อนช้อย และ สลับซับซ้อน มือที่แข็งเกร็งและจิตใจที่รีบร้อนจึงไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่อ่อนช้อยได้เลย ด้วยเหตุนี้ การเรียน การวาดลายไทยจึงจำต้องใช้ความละเอียดถี่ถ้วนมาก

 

“ใจ” ในที่นี้ จึงหมายถึง สมาธิ และ ความเยือกเย็น

 

ใจเย็น เพื่อสังเกตและจดจำ

          เคล็ดลับข้อแรกที่ครูช่างเน้นย้ำ คือ ต้องเรียนด้วยใจเย็น ๆ (โพธิ์ ใจอ่อนน้อม, 2522, น. ง) ความใจเย็นนี้ ไม่ใช่แค่การทำช้า ๆ แต่คือสภาวะที่เอื้อให้เกิดการสังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ผู้เรียนต้องค่อยเขียนค่อยทำ ค่อยสังเกตให้ละเอียด (โพธิ์ ใจอ่อนน้อม, 2522, น. ง) การสังเกตนี้ลึกซึ้งกว่าการมองเพียงเส้นนอก แต่คือการพินิจว่า “เส้นใดติดกับเส้นไหนต้องให้แน่นอน” (โพธิ์ ใจอ่อนน้อม, 2522, น. ง) และที่สำคัญยิ่งกว่า คือการสังเกต “ช่องไฟ” หรือพื้นที่ว่างระหว่างเส้น ว่าเมื่อเส้นเชื่อมต่อกันแล้ว “เกิดเป็นรูปลักษณะอะไร” (โพธิ์ ใจอ่อนน้อม, 2522, น. ง) นี่คือการฝึก “ตา” และ “ใจ” ให้มองเห็นความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทั้งหมด เมื่อใจนิ่งพอที่จะ สังเกตได้อย่างถี่ถ้วนแล้ว กระบวนการต่อมาคือการ “จดจำ” ซึ่งต้องอาศัยความเพียรพยายาม การเรียนในตอนต้นจึง ต้องเขียนตัวหนึ่ง ๆ ซ้ำ ๆ กัน หลาย ๆ ครั้งจนจำได้แม่นยำ (โพธิ์ ใจอ่อนน้อม, 2522, น. ง) นี่คือการฝึกมือให้จดจำในสิ่งที่ ใจ และ ตา ได้วิเคราะห์มาแล้ว

 

ใจปลอดโปร่ง เพื่อผลงานที่ดี

          สภาวะของจิตใจส่งผลต่อเส้นสายโดยตรง มานะ ทองสอดแสง (2514, น. 40) ได้แนะนำไว้อย่างน่าสนใจว่า การฝึกฝนควรทำ “ในยามที่ว่างจริง ๆ ขณะที่จิตใจและสมองปลอดโปร่ง ผลงานจึงจะได้ดีสมความ” หากฝึกฝนในยามที่จิตใจขุ่นมัวหรือรีบร้อน เส้นที่ออกมาก็จะสะท้อนสภาวะนั้น เช่นเดียวกับที่ วัชรพงษ์ หงส์สุวรรณ (2547, น. 14) แนะนำไว้ว่า ผู้เรียน “ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียด มีใจรัก มีความ อดทน ช่างสังเกต ใจเย็น หมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ” จะเห็นได้ว่าคุณสมบัติสำคัญเกือบทั้งหมด คือ ใจรัก, อดทน, ช่างสังเกต, ใจเย็น ล้วนเป็นเรื่องของ “ใจ” ทั้งสิ้น

 

สรุป: “ใจ” คือนาย “มือ” คือบ่าว

          การหัดลายไทยจึงเป็นการฝึกฝนจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง ต้องเริ่มจาก “ใจ” ที่เยือกเย็นและมีสมาธิ เพื่อเปิด “ตา” ให้เกิดการสังเกตอย่างพินิจพิเคราะห์ เมื่อ “ใจ” และ “ตา” เข้าใจในโครงสร้างและจังหวะของลายอย่างแม่นยำแล้ว (โพธิ์ ใจอ่อนน้อม, 2522, น. ง) จึงค่อยสั่งการมายัง “มือ” ให้ถ่ายทอดออกมาผ่านการฝึกฝนซ้ำ ๆ เส้นที่อ่อนช้อยของลายไทยที่เราเห็น แท้จริงแล้วคือภาพสะท้อนของความอ่อนโยนของคนไทย (วัชรพงษ์ หงส์สุวรรณ, 2547, น. 7) และความใจเย็น ของผู้วาดลวดลายนั่นเอง นี่คือเคล็ดลับข้อแรกที่สำคัญที่สุด ซึ่งผู้ที่ต้องการเข้าถึงแก่นแท้ของลายไทยจะมองข้ามไปไม่ได้เลย

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:

โพธิ์ ใจอ่อนน้อม. (2522). คู่มือลายไทย. โรงพิมพ์ธนาคารออมสิน.

มานะ ทองสอดแสง. (2514). ศึกษาศิลปะลายไทย. ไทยมิตรการพิมพ์.

วัชรพงษ์ หงส์สุวรรณ. (2547). ลายไทย. วาดศิลป์.

 

กฤษดาเรือง เรืองศิลปะ-ไม่มีพรสวรรค์ก็เก่งศิลปะได้

Course Showcase

LINE LOGO SVG สวัสดีครับ