จากม้าน้ำสู่สัตว์ในงานลายไทย
จากม้าน้ำตัวเล็ก ๆ สู่ผลงานลวดลายไทย แค่วาดตาม 5 ขั้นตอนนี้ คุณก็ได้ลายนิยามใหม่ที่ไม่เหมือนใคร พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างสรรค์งานอื่น ๆ ต่อไป
คุณเคยสังเกตม้าน้ำไหม?
สัตว์เล็ก ๆ ใต้ท้องทะเลที่รูปร่างเหมือนถูกออกแบบมาให้เป็นงานศิลป์อยู่แล้ว เช่น ปากเรียวยาวเหมือนง่าม, ลำตัวโค้งพุ่งป่องกลม,ส่วนหัวคล้ายหัวม้า, หางม้วนเป็นเกลียว และผิวด้านนอกแข็งราวกับมีแผ่นเกล็ดเรียงซ้อน ๆ เป็นต้น องค์ประกอบทั้งหมดนี้ คือ “ต้นทุนทางศิลป์” ที่เหมาะจะนำมาดัดแปลงเป็น ลวดลายไทย ได้อย่างลงตัว
หมัดเด็ดของเทคนิคนี้
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การเปลี่ยนม้าน้ำให้เป็นลายไทย แต่คือการ ผสมผสานอย่างพอดี ให้กลายเป็นงานที่มีเอกลักษณ์ โดยไม่มากไปและไม่น้อยไป ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สื่อความเป็นไทย ผลงานออกมา ร่วมสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิม
- วาดโครงม้าน้ำตามธรรมชาติ โดยวิเคราะห์ลักษณะเด่นของม้าน้ำที่เป็นภาพจำของคนทั่วไป เช่น ปากยาว, พุ่งป่อง, รูปร่างเหมือนส่วนหัวของม้า, หางม้วน, ลักษณะมีเปลือกแข็งระดับกลาง เป็นต้น โดยไม่ต้องลงรายละเอียดมาก แค่ให้ครบสัดส่วน
- จับจุดเชื่อมโยงกับลายไทย โดยศึกษาเทียบเคียงกับภาพสัตว์หิมพานต์ในงานศิลปะไทย ว่า ลักษณะเด่นของม้าน้ำนั้นคล้ายคลึงกับภาพสัตว์หิมพานต์ในตัวใด หรือ ส่วนใดบ้าง ยกตัวอย่าง หัว ได้นำแรงบันดาลใจจาก หงส์, ลำตัว เชื่อมเข้ากับ ก้านขด, หาง เติมโค้งเกลียวแบบ กระหนก
- ผสมเส้นโค้งลายไทยเข้ากับโครงสร้าง โดยวาดโครงสร้างโดยรวมในโครงสร้างม้าน้ำตามธรรมชาติหรือตามหลักกายภาพ ใช้เส้นไทย เช่น เส้นโค้ง, เส้นตวัด, หางไหล เป็นต้น ประกอบในจุดที่ลงตัว ไม่ต้องอัดเข้าไปทุกส่วน แต่เลือกที่กลมกลืนที่สุด
- เติมลวดลายศิลปะไทย โดยนำภาพไทยและลายไทยมาปรับเข้าใช้กับส่วนต่างๆ โดยเลือกวางในจุดที่มีโครงสร้างคล้ายกันก็จะดูกลมกลืนไม่ขัดตา เช่น ลายกระหนก, ลายก้านขด ลงในสันหลังหรือหาง เพื่อให้เห็นชัดว่านี่ คือ ลายไทย ไม่ใช่แค่ม้าน้ำธรรมดา
- ใส่รายละเอียดขั้นสุด โดยใส่รายละเอียดลวดลายตามแบบงานศิลปะไทย เช่น บาก, สอดไส้, ใส่เส้นแร หรือรายละเอียดเล็ก ๆ บริเวณขอบหาง หัว หรือส่วนอื่นๆ เพื่อสร้างความวิจิตรแบบที่เห็นแล้ว “รู้เลยว่านี่คืองานไทย”



